การติดตั้งขั้นตอนไม่ต่างอะไรกับ Drupal 6.x หน้าตาของตัวติดตั้งคล้ายกับของเดิม แต่ปรับปรุงให้สวยขึ้นในบางจุด มีตัวเลือกเพิ่มเข้ามาในบางหน้า เช่น ถามว่าจะเลือกเปิดโมดูลแบบที่แนะนำ หรือเปิดเท่าที่จำเป็น และเปลี่ยนคำอธิบายตัวเลือกให้เข้าใจง่ายขึ้น
จุดสังเกตอีกอันคือ ตำแหน่งของที่เก็บไฟล์จะเปลี่ยนจาก sites/default/files มาเป็น sites/default/private/files
Drupal ขึ้นชื่อเรื่องกินแรมของเซิร์ฟเวอร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอมาถึงเวอร์ชัน 7 จะแนะนำเราว่าต้องการ 40MB ครับ (เพิ่มขึ้นอีก! แต่ใช้งานบน 32MB ก็ทำงานได้)
หน้าตาและ overlayเมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อย ก็จะพบกับหน้าเริ่มต้นของ Drupal 7

ธีมมาตรฐานยังคงเป็น Garland (แต่ก็มีความพยายามที่จะเปลี่ยนธีมมาตรฐานใหม่ใน Drupal 7 ซึ่งไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นอย่างไร) แต่ที่เพิ่มเข้ามาคือแถบเครื่องมือด้านบนของหน้าจอ
แถบเครื่องมือที่เพิ่มเข้ามามี 2 อันครับ อันบนสีดำ เป็นแถบเครื่องมือที่ใช้เข้าถึงหมวดหมู่ในหน้า admin ส่วนแถบสีเทาอันล่าง เป็นช็อตคัตที่เราสามารถปรับแต่งเองได้ (แถบเครื่องมือสีเทาสามารถซ่อนได้ถ้าไม่ใช้ จะได้ไม่เกะกะ)
เมื่อลองกดที่เมนูสักอันในแถบเครื่องมือ จะพบการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของ Drupal 7 มันคือ overlay หรือ modal dialog (คนที่เคยใช้พวก Lightbox น่าจะพอนึกออก)

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ workflow การทำงานของ Drupal เปลี่ยนจากเดิมไปสิ้นเชิง เพราะเราไม่ต้องเข้าไปยังหน้า admin อีกต่อไป แต่จะเข้าถึงการทำงานในหน้า admin ได้ผ่านแถบเครื่องมือ ซึ่งจะแสดงขึ้นมาบน overlay ทับหน้าเว็บปกติอีกชั้นหนึ่งนั่นเอง
การออกแบบลักษณะนี้ จะช่วยแก้ปัญหาอมตะตลอดกาลในวงการ CMS นั่นคือ ปัญหาความสับสนระหว่าง frontend/backend (ผมเห็นวงการ CMS ไทยเรียก "หน้าบ้าน-หลังบ้าน" ซึ่งเข้าใจง่ายดี) ซึ่งเดิมที Drupal ใช้แนวทางไม่มี frontend/backend ที่ชัดเจน และสร้างความสับสนให้ผู้ใช้ไม่น้อย
การเปลี่ยนมาใช้ frontend/backend ที่เห็นได้ชัด (ผ่าน overlay) จะช่วยให้ผู้ใช้หน้าใหม่เข้าใจกระบวนการของ Drupal ได้ง่ายขึ้น และถ้าเทียบกับ CMS ตัวอื่นๆ อาจจะเหนือกว่าตรงไม่ต้องเปิด 2 หน้าต่าง (หรือ 2 แท็บ) เพื่อทำงานใน backend แล้วมาดูผลลัพธ์ใน frontend ด้วย
ส่วนอินเทอร์เฟซสำหรับการปรับแต่งที่ย้ายขึ้นมาอยู่ใน overlay ไม่ต่างจากหน้า admin ปกติมากนัก ซึ่งจุดนี้ผมว่ายังพัฒนาต่อได้อีกมาก
สุดท้าย หน้า admin เดิมยังคงอยู่ ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ความสำคัญคงลดลง เพราะเราจะเข้าถึงความสามารถของมันได้ผ่าน overlay มากกว่า
หน้าสร้างเนื้อหานอกจากแถบเครื่องมือและกระบวนการทำงานแบบ overlay แล้ว การเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นได้ชัดๆ คือหน้าสร้างเนื้อหา
อย่างแรกที่เห็นได้ชัดเจน Drupal เปลี่ยนชื่อเรียก "story" เป็น "article" และเปลี่ยน "page" เป็น "basic page" เพื่อลดความสับสน

หน้าสร้างเนื้อหาแบบ article จะเป็นดังภาพ (กรอบมันล้นจอ ดูสองภาพต่อกันนะครับ)


การเปลี่ยนแปลงมีดังนี้
* มีช่องสำหรับอัพโหลดภาพมาให้เลย (เป็นผลจากการรวม ImageField เข้ามาใน Core ของ Drupal 7)
* ส่วนของเนื้อหา ปุ่ม Split Summary ถูกเอาออก เปลี่ยนเป็นลิงก์ Edit Summary
* ตัวเลือก Input format เปลี่ยนเป็นเมนู และเพิ่ม input format แบบ "plain text" เข้ามา (ควรจะมีตั้งนานแล้ว)
* ตัวเลือกอื่นๆ ทั้งหมด ที่เคยเป็นตัวเลือกซ่อนอยู่ ถูกเปลี่ยนเป็นแท็บแนวตั้ง (เป็นผลจากการรวม Vertical Tabs เข้ามา ถ้าใครเคยเขียนข่าวใน Blognone จะใช้ระบบเดียวกัน) ทำให้หน้าตาโดยรวมดูสะอาดสะอ้านขึ้น
Dashboardเป็นของใหม่ที่เพิ่มเข้ามาใน Drupal 7 ลักษณะจะคล้ายๆ กับ Dashboard ของ WordPress คือเป็นหน้าเริ่มต้นสำหรับผู้ดูแลระบบ ในการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ของเว็บไซต์ภายในหน้าเดียว
Dashboard ของ Drupal 7 สามารถปรับแต่งได้ว่าจะให้แสดงผลอะไรบ้าง อันนี้ผมยังลองเล่นไม่เยอะเท่าไร
หมวดหมู่ใหม่ของ Adminหน้า admin ถูกจัดหมวดใหม่เพื่อลดความสับสน เริ่มจากการเปลี่ยนชื่อ
* Build เปลี่ยนชื่อเป็น Structure
* Users เปลี่ยนชื่อเป็น People
* Modules ถูกแยกออกมาเป็นหมวดใหม่
* Appearance (ธีม) ถูกแยกออกมาเป็นหมวดใหม่

ย้ายของ
* Content เหลือแต่การจัดการเนื้อหาและคอมเมนต์ ของอื่นๆ เช่น Taxonomy และ Content type ถูกโยกไปไว้ใน Structure
* People เหลือแต่การจัดการบัญชีผู้ใช้ ของอย่างอื่นถูกย้ายไปใน Configuration
* Appearance มีเฉพาะส่วนของธีม ของอื่นๆ เช่น Blocks และ Menus อยู่ใน Structure
หน้าที่ไม่เปลี่ยนเลยคือ Reports
หน้าตาของหมวด Appearance หรือการเปลี่ยนธีม เป็นดังภาพ (คล้ายๆ กับของเดิม) แต่ภาพตัวอย่างธีมใหญ่ขึ้น

ธีมที่เคยแถมมากับ Drupal 6 ถูกเอาออกไปหลายตัว เหลือแต่ธีมหลัก Garland กับธีม Seven ที่ใช้ในหน้า admin
CCK/Fields
ของใหม่อีกอย่างหนึ่งใน Drupal 7 คือรวมเอาโมดูล CCK เข้ามาอย่างสมบูรณ์ (ใน Drupal 6 เข้ามาครึ่งตัว) สามารถสร้างและแก้ไข field ใน content type ได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องลง CCK เพิ่ม
สำหรับคนที่ใช้ CCK มาก่อน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก
อื่นๆผมยังลอง Drupal 7 ไม่ละเอียดนัก อาจเห็นไม่ครบ แต่ตัวเลือกที่เพิ่มเข้ามาอีกอันคือ Locale ซึ่งมีประเทศไทยให้เลือก เลือกแล้วที่เห็นได้ชัดๆ คือมันจะปรับเขตเวลาเป็น Bangkok ให้อัตโนมัติ

โดยสรุปแล้ว ทิศทางของ Drupal 7 มุ่งไปในทางที่ดี เน้นแก้ปัญหาด้าน usability ในหลายจุด รวมโมดูลยอดนิยมหลายตัวเข้ามา
แต่แน่นอนว่าเปลี่ยนเยอะขนาดนี้ เวลาจะอัพจาก 6.x เป็น 7.x นี่เหนื่อยแน่นอน อันนี้เป็นปัญหาที่ Drupal จะต้องแก้ไขต่อไป
รายละเอียดที่เหลืออ่านได้ใน
Drupal 7.0 Alpha 1 Release Notes และ
Changelog